ปัญหากฎหมายลักษณะครอบครัวนะครับ มีคำถามทิ้งท้ายให้ลองคิดกันเล่นๆ
“เมีย”จูง”ลูก”บุกงาน ” วิวาห์”ล่ม! เจ้าบ่าวซีด-เจ้าสาวโฮ
ฮือฮาวิวาห์ล่ม ส.ท.ปลวกแดง จ.ระยอง หนีเมียมาแต่งงาน ฝ่ายเมียพอรู้ข่าวว่าผัวกำลังจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าว เลยหอบลูกบุกเข้าแจ้งความ ใช้สิทธิความเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยับยั้งงานแต่งกลางคัน ให้ตร.พาไปลุยถึงงานในโรงแรมหรูชายหาดบางแสน ยกเลิกทุกสิ่งทุกอย่าง ด้านส.ท.เห็นเมียหอบลูกมาก็ถึงกับหน้าถอดสี ขณะที่ว่าที่เจ้าสาวเมื่อเห็นว่าที่เจ้าบ่าวมีเมียมีลูกตามมาถึงที่ ก็ร่ำไห้หนีเตลิดไปจากงาน ปล่อยให้แขกเหรื่อต้องทยอยกลับบ้านด้วยความมึนงง เมียแฉสามีหนีมาแต่งงานเพราะตัวเองนอนป่วยอยู่ร.พ. พอรู้ข่าวจึงตามมาขวาง
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 6 ก.ค. นางขวัญชนก รุ่งจันทร์วงศ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 246 ม.1 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พร้อมด้วยลูกชายอายุ 10 ขวบ และลูกสาวอายุ 8 ขวบรวมทั้งญาติสนิท ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.มาโนช บำเพ็ญธาน สารวัตรเวร สภ.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ให้ไประงับงานแต่งของนายเขมินทร์ รุ่งจันทร์วงศ์ อายุ 36 ปี สมาชิกสภาเทศบาลเมืองปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งเป็นสามีที่จดทะเบียนสมรสโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยนายเขมินทร์ กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับน.ส.สวย (นามสมมติ) ที่ห้องบอลรูม โรงแรมเดอะไทด์รีสอร์ท ชายหาดบางแสน อ.เมือง จ.ชลบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรับแจ้งตำรวจจึงรีบรุดไปยังโรงแรมดังกล่าว พบเจ้าบ่าวคือนายเขมินทร์ กำลังยืนต้อนรับแขกที่มาร่วมงานอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ท่ามกลางบรรดาแขกเหรื่อที่ทยอยมาร่วมงาน ต่างอวยพรขอให้มีความสุขในวันแต่งงาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดเข้าแจ้งให้นายเขมินทร์ทราบว่านางขวัญชนก ซึ่งเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ขอให้คัดค้านพิธีแต่งงานดังกล่าว หลังทราบเรื่องราวทั้งหมดนายเขมินทร์ ก็ถึงกับหน้าถอดสี เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวออกไปพูดคุยกับภรรยาที่หน้าห้องจัดเลี้ยง โดยนายเขมินทร์ก็ยินยอมแต่โดยดี เดินออกมาพบภรรยาและลูกด้วยสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทันทีที่นายเขมินทร์พบหน้านางขวัญชนกและญาติ นางขวัญชนกก็ตรงเข้าต่อว่าต่อขานถึงการกระทำของนายเขมินทร์อย่างรุนแรง ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน รวมทั้งญาติพี่น้องของว่าที่เจ้าสาวคนใหม่ โดยมีลูกชายและลูกสาวยืนมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาละห้อย ส่วนน.ส.สวยว่าที่เจ้าสาวคนใหม่ หลังทราบข่าวว่าว่าที่สามีมีภรรยาแล้วและตามมาเอาเรื่อง ก็ถึงกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจ พร้อมกับได้หายตัวไปจากงานอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้งานวิวาห์ครั้งนี้ล่มลงทันที ก่อนที่แขกจะทยอยกันเดินทางกลับบ้านด้วยความงวยงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทุกอย่างคลี่คลายเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายเขมินทร์กับนางขวัญชนก ไปเจรจาตกลงกันที่โรงพัก โดยนางขวัญชนก เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนล้มป่วยต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองระยอง สามีเคยออกปากว่าจะแต่งงานใหม่ แต่ตนบอกว่าขอให้ตนตายไปซะก่อน แล้วค่อยจัดงานแต่งงาน วันนี้ญาติรู้ข่าวว่าสามีจะแอบมาแต่งงาน จึงชวนกันมาดู พอรู้ความจริงก็เสียใจมาก จึงตัดสินใจแจ้งความกับตำรวจเพื่อยกเลิกงานแต่งงานในครั้งนี้
————————————————————————————————-
คำถาม คือ
1 การจัดงานสมรสนี้ กระทำได้หรือไม่
2 หากกระทำได้ ภรรยาสามารถฟ้องหรือเรียกร้องอะไรได้บ้าง
3 หากประสงค์จะหย่าขาดกันโดยอ้างสาเหตุนี้ ทำได้หรือไม่
4 หากทราบมาอีกว่า สามีได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านที่ดิน ให้ผู้หญิงคนใหม่ ภรรยาจะทำอะไรได้บ้าง
5 ผู้หญิงคนใหม่ หรือ สามี ฟ้องภรรยาที่เข้ามารบกวนจนงานได้รับความเสียหาย ทั้งชื่อเสียง และอื่นๆ ได้หรือไม่
โปรดวินิจฉัย
Filed under: บทความเฉพาะตัว | Tagged: กฎหมาย, ครอบครัว, Year3:2



1.จัดได้ครับ เพราะการจัดงานเลี้ยงสมรสไม่เป็นการสมรสในสายตากฎหมาย การสมรสมีได้เฉพาะจดทะเบียนแล้วเท่านั้น ม1457 สท ผู้นี้อาจจัดงานขึ้นมาเพื่อโปรโมทตัวเองแบบหลายๆคู่ก็ได้
2.เป็นเหตุให้ฟ้องหย่า ตาม 1516 (2) (ก) สามีประพฤติชั่วด้วยการไปจัดงานเลี้ยงสมรสกับผู้อื่นในขณะที่ตนเองนั้นได้สมรสและมีภริยากับบุตรแล้ว เป็นเหตุให้ภริยาตนเองอับอายอย่างแรง ที่สามีปฏิบัติต่อตนอย่างไร้เกียรติ(ฆ่ากันให้ตายไปเลยดีกว่าที่จะอยู่อย่างอัปยศอดสูเช่นนี้)
3.ได้ เหตุผลจากข้อ 2
4.
4.1กรณีเป็นสินส่วนตัวของสามี ภรรยาไม่มีสิทธิแต่อย่างใด
4.2กรณีเป็นสินสมรส
4.2.1 หากเป็นการซื้ออสังหาฯ สามีไม่ต้องจัดการร่วมกับภรรยา หรือ ได้รับความยินยอมจากภรรยา ตาม 1476ว2
แต่เมื่อมีการให้โดยเสน่หา ต้องได้รับความยินยอมจากภรรยาหรือต้องจัดการการให้ร่วมกัน ตาม 1476(5)
หากการให้โดยเสน่หาซึ่งเป็นการจัดการทรัพย์สินตาม ม1476(5) ไม่ได้จัดการร่วมกันหรือภรรยาไม่ยินยอมแล้ว ภรรยาสามารถฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการให้ ตาม ม1480ได้
4.2.2 กรณีสามีมีอำนาจจัดการสินสมรสฝ่ายเดียว
หากสามียกที่ดินให้กับบุคคลอื่นโดยเสน่หาจะทำให้กองทรัพย์สินของคู่สมรสลดลง ครอบครัวขาดความมั่นคงและสร้างความร้าวฉานขึ้นในครอบครัว เพราะที่ดินเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามักจะเก็บไว้ให้ลูกหลานสืบไป การจัดการสินสมรสดังกล่าวจึงเป็นที่เสียหายถึงขนาด ตาม 1484(1) ภรรยาอาจร้องศาลให้สั่งให้ตนเป็นผู้จัดการสมรสแต่ผู้เดียวหรือให้แยกสินสมรสตาม1484ว2
5.ฟ้องละเมิดตาม 420 ไมได้ เพราะ ภรรยา มีอำนาจกระทำตามสัญญาสมรส ที่จะมาหาสามีสุดที่รักเพื่อเรียกร้องให้สามีกลับไปอุปการะเลี้ยงดูตนเองซึ่งเจ็บป่วยและต้องการกำลังใจอยู่ ตาม ม1461ว2
อีกทั้งการแสดงตนว่าเป็นภรรยาที่แท้จริงก็ไม่เป็นการกระทำผิดกฎหมายตามองค์ประกอบการละเมิด ม 420แต่อย่างใด
เมียจูงลูก ชื่อเหมือนคนเกาหลีเลยครับ ^_^ อินเทรนจริงจริง
สงสัยตอนอยู่กินกับภริยาไม่ได้จัดงานแต่งงาน เลยมาจัดชดเชยกับหญิงอื่นแทนน่ะ
จากข้อ4.2ของคุณโจอี้น่ะคับ
(ม.176/1) จากเนื้อข่าวยังไม่มีข้อเท็จจริงว่า ทั้งคู่มีสัญญาก่อนสมรสให้จัดการทรัยย์สินเป็นพิเศษก่อนสมรสแตกต่างไปจาก 1476ทั้งหมดหรือบางส่วนหรือไม่ เพราะถ้ามีสัญญาก่อนสมรสระบุว่า ทรัพย์สินส่วนที่เป็นอสังหาฯในสินสมรสนั้นให้อำนาจสามีเป็นผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียว คุณสามีสุดที่รักย่อมทำการให้โดยเสน่หาแก่บุคคลภายนอกได้ (เอ๋… แล้วจะขัดกับ 1465วรรค2หรือไม่ครับ)
ขอถามเพิ่มตรงนี้ว่า ถ้าอสังหาฯที่ซื้อให้นั้นเป็นการจ่ายเงินเช่าซื้อร่วมกันของคุณสามีกับหญิงอื่น ภริยาจะขอศาลเพิกถอนนิติกรรมตาม 1480ได้หริอไม่ ในเมื่อหญิงอื่นนั้นเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตและเสียค่าตอบแทน
นี่อย่าให้รู้น่ะว่า พอแขกเหยื่อกลับกันหมดแล้ว สองสามีภริยาก็เอาซองมาแบ่งกัน….รวยไป
ขออภัย พิมพ์ผิด ตกเลข4ครับ
(ม.1476/1) จากเนื้อข่าวยังไม่มีข้อเท็จจริงว่า……..
ข้อ5. ภริยาไม่ผิดละเมิด423 แต่คุณสามีควรฟ้องแก้เก้อคุณภริยาว่าผิดอาญา ม.397 คับ ^__^’
ความเห็นคงไม่ต่างจากโจเท่าใดนักค่ะ
ข้อ 1. จัดงานสมรสได้ เพราะตาม บรรพ 5 ความหมาย “สมรส” หมายถึงการจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น มิได้หมายรวมถึงการจัดการฉลองสมรสแต่อย่างใด
ข้อ 2. มีเหตุฟ้องหย่าตาม ม.1516 (2) ถือว่าประพฤติชั่วจนเมียหลวงได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
ข้อ 3. กรณีสามีซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้หญิงอื่น คงต้องพิจารณาว่าเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส
(ดู ม.1471 กับ ม.1474) เพราะหากเป็นสินส่วนตัว ของใครก็ของใครอีกฝ่ายไม่มีสิทธิใด ๆ แต่หากเป็นสินสมรสต้องใช้ ม.1476 ประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ 4. ทั้งสามีและหญิงคนใหม่จะฟ้องร้องเมียหลวงไม่ได้เลย เพราะเมียหลวงใช้สิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เข้าองค์ประกอบละเมิด
ปล. การใช้ศาลเตี้ยน่าจะเหมาะกับชายประเภทนี้…….
น้องแขก
ถ้าเป็นอิฉันนะคะ
อิฉันจะเรียกเงินทดแทนจากหญิงที่มาเป็นชู้เลยหล่ะ หุ หุ หุ
เดี๋ยวของขวัญเรามาแบ่งกันคนละครึ่งน๊า
พี่แขกครับศาลเตี้ยเนี้ยแสดงว่าองค์คณะสูงม่ายถึง150ซม.ช่ายป่ะครับเอิ้กกกกกก
ภรรยาสามารถเรียกค่าทดแทนกรณีหย่ากัน…เพราะเหตุม.1516(1)..จากสามีและหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว….
นายหมูตุ้ยจาชิมลางก่อนเป็นนัมเบอร์วันก็ได้นะ…จัดให้
ฮา ฮา
จำได้แบบลางเลือนว่า กรณีเรียกค่าทดแทนจากหญิงที่มาเป็นชู้ไม่จำเป็นต้องหย่าก่อนก็ได้นะคะ (เหมือนจะมีฎีกา ยังไงจะไปค้นก่อนนะ) บอกแล้ว จำได้แบบลางเลือน ไม่อยากจะบอกว่า…แล้วหุ หุ