ตามที่เพื่อนขอมานะครับ พยายามอธิบายตามประสาเท่านั้น กรุณาอย่าเอาไปใช้ จนกว่าจะได้รับใบสั่ง
ปพพ. มาตรา ๑๔๖๐
เมื่อ มีพฤติการณ์พิเศษ ซึ่ง ไม่อาจทำการ จดทะเบียนสมรส ต่อนายทะเบียนได้ เพราะ ชายหรือหญิง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือ ทั้งสองฝ่าย ตกอยู่ใน อันตรายใกล้ความตาย หรือ อยู่ใน ภาวะ การรบ หรือ สงคราม ถ้า ชายและหญิง นั้น ได้แสดงเจตนา จะสมรสกัน ต่อหน้าบุคคล ซึ่ง บรรลุนิติภาวะ ที่อยู่ ณ ที่นั้น แล้วให้ บุคคลดังกล่าว จดแจ้ง การแสดงเจตนา ขอทำการสมรส ของชายและหญิงนั้นไว้ เป็นหลักฐาน และ ต่อมา ชายหญิง ได้จดทะเบียนสมรสกัน ภายในเก้าสิบวัน นับแต่ วันที่ อาจทำการจดทะเบียน ต่อนายทะเบียนได้ โดยแสดงหลักฐาน ต่อนายทะเบียน และ ให้นายทะเบียน จดแจ้ง วัน เดือน ปี สถานที่ ที่แสดงเจตนา ขอทำการสมรส และ พฤติการณ์พิเศษนั้น ไว้ใน ทะเบียนสมรส ให้ถือว่า วันแสดงเจตนา ขอทำการสมรส ต่อบุคคลดังกล่าว เป็น วันจดทะเบียนสมรส ต่อนายทะเบียนแล้ว
ความในมาตรานี้ มิให้ใช้บังคับ ถ้าหาก จะมีการสมรส ในวันแสดงเจตนา ขอทำการสมรส การสมรสนั้นจะตก เป็นโมฆะ
ในความหมายของวรรคท้าย คือ ถ้าเราย้อนเวลากลับไปขณะที่คนทั้งสองแสดงเจตนาจะสมรสกันนั้น เขาทั้งคู่มีเหตุที่จะทำให้เกิดโมฆะกรรมขึ้นได้หรือไม่นั่นเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องเจาะเวลาหาอดีต เพราะขณะที่คนทั้งสองเปล่งวาจายินยอมจะสมรสกันนั้น อยู่ในสถานการณ์ผิดปกติ
เมื่อผ่านพ้นสถานการณ์นั้นไปแล้ว จึงค่อยประคองกันมาที่อำเภอเพื่อขอจดทะเบียนย้อนหลัง
ยกตัวอย่างเช่น

ตอนที่โกโบริ พยายามจะขอให้อังศุมาริน ตกลงใจสมรสด้วยนั้น เครื่องบินรบของฝ่ายอังกฤษกำลังทิ้งระเบิดอย่างหนัก จะเป็นหรือตายไม่รู้ พออังศุมารินตกปากรับคำสมรสด้วย ทั้งคู่ก็วิ่งกระเจิดกระเจิงหนีตายกัน
ถ้าโชคดี ทั้งคู่ผ่านช่วงเวลาอันตรายนั้นมาแล้ว ก็จะไปจดทะเบียนกันจริงๆที่อำเภอ เมื่อประคองกันไปแจ้งความประสงค์ให้นายอำเภอทราบ ก็ต้องย้อยอดีตนิดนึง กลับมา ณ วันเวลาที่ทั้งคู่กำลังแสดงเจตนาสมรส
เผอิญ ว่า พอซักถามกันไปๆ มาๆ พบว่าจริงๆ แล้ว อังศุมารินเป็นน้องสาวแท้ ของโกโบริ (น้ำเน่านิดๆ)
จะเห็นว่า เราไม่สามารถจะจดทะเบียนให้ทั้งคู่ได้เพราะขัดกับกฎหมาย
เพราะฉะนั้น การสมรสของทั้งสองตามกฎหมายจึงมีขึ้นไม่ได้
เงื่อนไขโมฆะ มี 4 ข้อ คงจำได้นะครับ ตามวรรคท้ายนี้ เจาะจงว่าในวันแสดงเจตนาถ้ามีองค์ประกอบโมฆะกรรมอยู่ จะไม่สามารถย้อนอดีตไปจดทะเบียนให้ครับ
สมมุติอีกว่า
นาย ก. เป็นคนวิกลจริต แต่หลงรัก นางสาว ข มากมาย ในวันที่เกิดเหตุนั้น แผ่นดินไหวอย่างแรง จนตึกถล่มลงมา บางส่วนของอาคารทับ นาย ก ไว้ เลือดโทรมตัว แต่ยังออกปากไปตามประสาคนบ้า(รัก)ให้นางสาว ข สมรสด้วย นางสาว ข ตอนนั้นก็เห็นๆ ว่านาย ก ไม่น่ารอด จึงตกลง (กะว่าทำบุญให้ ตายไปอย่างมีความสุข) เผอิญ นาย ก ไม่ตาย
ผ่านมาซักระยะหนึ่ง ไม่ปรากฎว่านางสาว ข ไปทำอะไรเข้า นาย ก หายจากการเป็นคนวิกลจริต ทั้งคู่เลยจูงมือกันไปที่อำเภอเพื่อขอจดทะเบียนย้อนหลัง
ทำได้ไหมครับ ???
Filed under: บทความเฉพาะตัว | Tagged: กฎหมาย, ครอบครัว, Year3:2



จดทะเบียนสมรสได้ แต่ การจดทะเบียนสมรสเพื่อให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่แสดงเจตนาขณะตึกถล่มนั้นไม่ได้ เพราะขาดความยินยอมจากฝ่ายหญิงที่จะสมรสเพื่ออยู่กินเยี่ยงสามี ภริยา พึงกระทำกัน การแสดงเจตนาของฝ่ายหญิงขณะนั้นเป็นเพียงเพื่ออนุเคราะห์ให้ฝ่ายชายได้สมหวังในห้วงลมหายใจสุดท้ายของเขาเท่านั้น การขาดความยินยอมดังกล่าวทำให้ผลการแสดงเจตนาสมรสในวันนั้นเป็นโมฆะ และเป็นไปตามกรณี ม1460ว2
อ้าว เหรอครับ การที่ฝ่ายหญิงสงสาร และตกลงใจตอบรับการสมรสนั้น แม้จะเพื่อเป็นการอนุเคราะห์ให้สมหวังก็จริง แต่เราก็น่าจะถือว่าเป็นการตกลงใจยินยอมนี่ครับ
ช่วยวินิจฉัยหน่อย เพราะถ้าเป็นไปตามคุณ Yi กล่าว การสมรสจะไม่สามารถย้อนหลังได้เพราะโมฆะตามมาตรา 1458+ 1460 ว. 2
แต่ถ้าวินิจฉัยว่า เป็นการยินยอมกันแล้ว การสมรสนี้จะย้อนหลังไม่ได้ตามมาตรา 1449+1460 ว.สอง
มันจะสรุปผิดมาตรากันนะครับ
เอ ผมก็ไม่กล้าฟันธงเต็มๆครับ ในตำราของอ.ไพโรจน์ ใช้คำว่า “การที่ชายหญิงจะต้องรู้ว่าตนเองกำลังแสดงเจตนาโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะอยู่กินเป็นสามีภริยากับอีกฝ่าย” version6 page 107
ผมก็เลยตีความว่า แต่งเพื่ออนุเคราห์อีกฝ่ายตามกรณีในโจทย์นั้น เป็นการปราศจากความยินยอม ดังคล้าย แต่งเพื่อเอาสัญชาติเป็นต้น
พอผมตีความเช่นนี้ ก็เลยไม่ไปพิจารณากรณี 1449 เลยครับ
อย่างไรตอนเย็นจะมาใหม่
ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นค่ะ….
กรณีความยินยอมถ้าพิจารณาตาม ม.1458 เป็นเงื่อนไขการสมรสที่จะทำได้เมื่อชายหญิงยินยอม…และต้องแสดงความยินยอมให้ปรากฎโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนฯ…. นั่นหมายความว่า ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถจะจดทะเบียนสมรสกันต่อหน้านายทะเบียนได้เท่านั้น แต่ประเด็นปัญหาเป็นกรณีพฤติการณ์พิเศษที่ชายหญิงไม่อาจทำการสมรสต่อหน้านายทะเบียนได้ ประเด็นที่ว่า ปราศจากความยินยอมหรือไม่จึงไม่น่าจะเป็นสาระสำคัญ ซึ่งถ้าต่อมาในภายหลังหญิงไม่ยอมจดทะเบียนสมรสก็สามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องของการแสดงเจตนาตามความหมาย ม.1460 และอาจนำหลักความยินยอมตาม ม.1458 มาใช้ได้ (เสรีภาพในการเลือกคู่สมรสได้อย่างอิสระ)
สรุป : เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษตามประเด็นปัญหาที่ยกมา
จึงต้องนำหลัก ม.1495 + ม.1460 ว.2
มาปรับใช้
ปล. ตอบตามความเข้าใจนะค่ะ…ขอความเห็นด้วย
น้องแขกค่ะ
ว่าจะไม่ออกความเห็นแล้วนะ เพราะอ่านหนังสือน้อยมาก
แต่ก็พยายามนะคะ
เอาล่ะ เงื่อนไขแห่งการสมรส มีหลักเกณฑ์อะไรบ้าง
๑. การสมรสจะทำได้เมื่อชายและหญิงมีอายุ ๑๗ ปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ ตาม ม.๑๔๔๘
๒. คู่สมรสไม่เป็นคนวิกลจริต หรือเป็นบุคคลซึ่งศาลให้สั่งเป็นคนไร้ความสามารถ ตาม ม.๑๔๔๙
๓. คู่สมรสต้องไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา และต้องไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ความเป็นญาติให้ถือตามสายโลหิตโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นญาติโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตาม ม.๑๔๕๐
๔. คู่สมรสต้องไม่เป็นผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรม ตาม ม.๑๔๕๑ ถ้าฝ่าฝืนมีผลเพียงทำให้การรับบุตรบุญธรรมเป็นอันยกเลิก ตาม ม.๑๕๙๘/๓๒
๕. คู่สมรสต้องไม่เป็นคู่สมรสของผู้อื่น ตาม ม.๑๔๕๒ หากฝ่าฝืนตกเป็นโมฆะ
๖. การสมรสตาม ปพพ. จะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น ม.๑๔๕๗
๗. คู่สมรสต้องยินยอมเป็นสามีภริยากัน โดยต้องแสดงความยินยอมนั้น ให้ปรากฎโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมไว้ ตาม ม.๑๔๕๘
คำถามพี่องอาจถามว่า
นาย ก. เป็นคนวิกลจริต แต่หลงรัก นางสาว ข มากมาย ในวันที่เกิดเหตุนั้น แผ่นดินไหวอย่างแรง จนตึกถล่มลงมา บางส่วนของอาคารทับ นาย ก ไว้ เลือดโทรมตัว แต่ยังออกปากไปตามประสาคนบ้า(รัก)ให้นางสาว ข สมรสด้วย นางสาว ข ตอนนั้นก็เห็นๆ ว่านาย ก ไม่น่ารอด จึงตกลง (กะว่าทำบุญให้ ตายไปอย่างมีความสุข) เผอิญ นาย ก ไม่ตาย
ผ่านมาซักระยะหนึ่ง ไม่ปรากฎว่านางสาว ข ไปทำอะไรเข้า นาย ก หายจากการเป็นคนวิกลจริต ทั้งคู่เลยจูงมือกันไปที่อำเภอเพื่อขอจดทะเบียนย้อนหลัง
ทำได้ไหมครับ ???
ไอ้ทำได้ไหมครับของพี่องอาจ คงหมายถึงว่าขอจดทะเบียนย้อนหลังได้หรือไม่
กุ๊กไก่ขอตอบว่าไม่ได้นะคะ สมรสย้อนหลังไม่ได้
เพราะขณะที่น.ส. ข ตอบตกลงสมรสกับนาย ก. นั้น นาย ก.เป็นคนวิกลจริต ซึ่งเข้าเงื่อนไขแห่งการสมรส ตาม ม. ๑๔๔๙
ดังนั้น แม้ว่าตาม ม. ๑๔๖๐ จะให้สิทธิแก่ผู้ที่ต้องการสมรส เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษซึ่งไม่อาจทำการจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนได้ เมื่อเหตุการณ์นั้นได้ผ่านพ้นไป ทั้งคู่ได้แสดงหลักฐานต่อนายทะเบียนและให้นายทะเบียนจดแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ที่แสดงเจตนาขอทำการสมรสและพฤติการณืพิเศษนั้นในทะเบียนสมรส ให้ถือว่าวันแสดงเจตนาขอทำการสมรสต่อบุคคลดังกล่าวเป็นวันจดทะเบียนสมรสต่อนายทะเบียนแล้ว
วรรค สอง คือความนี้ไม่ให้ใช้บังคับหากจะมีการสมรสในวันแสดงเจตนาขอทำการสมรส การสมรสนั้นจะตกเป็นโมฆะ
ก็หมายความว่าหากการแสดงเจตนาในวันขอทำการสมรส เหตุการณ์พิเศษ เข้าเงื่อนไขแห่งการสมรส การแสดงเจตนาดังกล่าวก็เป็นโมฆะ ใช่ป่าวคะเพ่องอาจ (หรือว่ากุ๊กไก่มั่ว)
ดังนั้น นายก. กับน.ส. ข. จะยกการแสดงเจตนาการขอสมรสในวันที่เกิดเหตุการณ์พิเศษขึ้น เพื่อจะขอสมรสย้อนหลังน่ะไม่ได้ เพราะนาย ก. เป็นคนวิกลจริต เข้าข้อห้ามในเงื่อนไขของการสมรส แม้ น.ส. ข จะแสดงเจตนาโดยที่สงสาร นาย ก.ก็ตาม ไม่คิดว่านาย ก. จะรอดก็ตาม (คือความจริงแล้วตอนนั้นใครจะไปรู้เรื่องในใจของ น.ส. ข ล่ะน้อ ต้องหาพยายานหลักฐานมาสืบอีก ๕๕๕) ก็ไม่เป็นการขอแสดงเจตนาในการสมรสตาม ม.๑๔๖๐ วรรค ๑ ได้ค่ะ
เรียบเรียงการเขียนไม่ถูก ไม่รู้เข้าใจกันป่าวนะคะ เม้นท์กลับด้วยน๊า
กุ๊กไก่ค่ะ
ผมเห็นด้วยครับกับคอมเมนที พี่องอาจ + กุ๊กไก่ กับกรณียก 1449 + 1460 ว2 เพราะ ก นั้นวิกลจริต
เพียงแต่ผมยกประเด็นว่า 1458+1460ว2จะใช้ได้มั้ย(ตัดประเด็นว่า ก วิกลจริต ออกไปนะครับ ให้สมมุติว่า ก ปกติ)
อย่างไรก็ดีพี่แขกยกเหตุผลอ้างว่า (ถ้าผมเข้าใจผิดช่วยแก้ไขด้วยนะครับ)
1.ความยินยอม 1458 ใช้ขณะจดฯสมรสต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น
2.จากข้อ 1 ทำให้ประเด็นความยินยอมไม่มีความสำคัญไปเพราะ หญิงสามารถมาตัดสินใจอีกทีว่าตนเองยินยอมหรือไม่ขณะตึกถล่ม
ผมเห็นด้วยนะครับว่า ภายหลังหญิงอาจกลับคำบอกว่าขณะเหตุการณ์พิเศษนั้นตนไม่ได้ยินยอมสมรส แค่ขี้จุ๊
แต่ผมมึความเห็นว่า ประเด็นความยินยอมยังมีความสำคัญเพราะจะตัดสินว่า การสมรสจะมีผลสมบูรณ์ตั้งแต่วันไหน
2.1ภายหลัง หากหญิงยอมรับว่าตนเองยินยอมสมรสขณะตึกถล่ม –>การสมรสมีผลสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่เกิดพฤติการณ์พิเศษ
2.2ภายหลัง หากหญิงไม่ยอมรับว่าตนเองยินยอมสมรสขณะตึกถล่ม–>การสมรสไม่มีผลสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่เกิดพฤติการณ์พิเศษ แต่หากหญิงยินยอมจะสมรสในภายหลัง(เพราะไม่อยากเสียสัจจะ)การสมรสก็อาจสมบูรณ์ตั้งแต่วันแสดงเจตนาจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่
ช่วยยกเลิกข้อความที่ผมโพสต์ล่าสุดก่อนละกันนะครับ
ไปๆมาๆชักจะงงแล้วครับ “บุคคลบรรลุนิติภาวะที่อยู่ ณ ที่นั้น” ตาม 1460 ว1 จะหาได้เหรอครับ ภาวะเช่นนั้น มันต้องตัวใครตัวมันละครับ จะมีใครมัวมาดู ชายหญิง พลอดรักกัน
ถ้าบุคคลเช่นที่ว่าหาไม่ได้แล้วจะเป็นอย่างไรครับ
จากตัวอย่างข้างต้น ก ก็ fake ได้ว่าตนไม่ได้วิกลจริตขณะนั้น ฝ่ายหญิงก็คงเป็นใจด้วยถ้า ก เป็นอัครมหาเศรษฐี ยิ่งการสมรสมีผลสมบูรณ์เร็วเท่าไหร่ ตนก็มีสิทธิในทรัพย์สินเร็วขึ้นเท่านั้น