มาตรา 1499 มาตราที่ยาวมากมาตราหนึ่ง

ปพพ. มาตรา ๑๔๙๙
            การสมรส ที่เป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๔๙ มาตรา ๑๔๕๐ หรือ มาตรา ๑๔๕๘ ไม่ทำให้ ชายหรือหญิง ผู้สมรส โดยสุจริต เสื่อมสิทธิที่ได้มา เพราะการสมรส ก่อนมีคำพิพากษา ถึงที่สุด ให้เป็นโมฆะ
            การสมรส ที่เป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๕๒ ไม่ทำให้ ชายหรือหญิง ผู้สมรส โดยสุจริต เสื่อมสิทธิที่ได้มา เพราะการสมรส ก่อนที่ชายหรือหญิงนั้น รู้ถึงสาเหตุ ที่ทำให้การสมรส เป็นโมฆะ แต่ การสมรส ที่เป็นโมฆะ ดังกล่าว ไม่ทำให้ คู่สมรส เกิดสิทธิรับมรดก ในฐานะทายาทโดยธรรม ของคู่สมรส อีกฝ่ายหนึ่ง
            การสมรส ที่เป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๔๙ มาตรา ๑๔๕๐ หรือ มาตรา ๑๔๕๘ หรือ ฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๕๒ ถ้า คู่สมรสฝ่ายใด ได้สมรส โดยสุจริต ฝ่ายนั้น มีสิทธิเรียก ค่าทดแทนได้ และถ้า การสมรส ที่เป็นโมฆะนั้น ทำให้ฝ่าย ที่ได้สมรส โดยสุจริต ต้องยากจนลง เพราะไม่มีรายได้พอ จากทรัพย์สิน หรือ จากการงาน ที่เคยทำอยู่ ก่อนมีคำพิพากษา ถึงที่สุด หรือ ก่อนที่จะได้รู้ว่า การสมรสของตน เป็นโมฆะ แล้วแต่กรณี ฝ่ายนั้นมีสิทธิ เรียกค่าเลี้ยงชีพได้ด้วย สิทธิเรียกค่าเลี้ยงชีพ ในกรณีนี้ ให้นำ มาตรา ๑๕๒๖ วรรคหนึ่ง และ มาตรา ๑๕๒๘ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
            สิทธิเรียกร้อง ค่าทดแทน หรือ ค่าเลี้ยงชีพ ตามวรรคสาม มีกำหนดอายุความ สองปี นับแต่ วันที่ มีคำพิพากษา ถึงที่สุด สำหรับกรณีการสมรส เป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๔๙ มาตรา ๑๔๕๐ หรือ มาตรา ๑๔๕๘ หรือ นับแต่ วันที่ รู้ถึงเหตุ ที่ทำให้การสมรส เป็นโมฆะ สำหรับกรณี การสมรส เป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืน มาตรา ๑๔๕๒

คำอธิบาย

ในมาตรานี้กล่าวถึงสิทธิ ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อมีการสมรส เช่น สิทธิ ในการใช้นามสกุล สิทธิในการใช้สัญชาติ สิทธิในกองมรดก สิทธิในการเป็นทายาทโดยธรรม สิทธิในสินสมรส เป็นต้น

วรรคที่ 1 ถ้าจะมีการทำลายการสมรสที่เกิดจากเหตุโมฆะกรรม จาก 3 สาเหตุคือ

การสมรสกับคนวิกลจริตหรือไร้ความสามารถ การสมรสกับพี่น้องญาติร่วมสายโลหิต การสมรสที่ไม่เกิดจากความยินยอมพร้อมใจกัน นั้น เมื่อศาลมีคำสั่งทำลายการสมรสแล้ว สิทธิต่าง ๆที่ ทั้งสองได้มาก่อนที่ศาลจะสั่ง ให้คงอยู่ต่อไปไม่ถูกทำลายไปด้วย

วรรค 2 ถ้าเป็นการทำลายการสมรสที่เกิดจากการจดทะเบียนซ้อน สิทธิต่าง ๆ ที่ได้มาก่อนคำสั่งศาลจะคงอยู่ได้จะต้องได้มาเพราะสุจริต คือ ขณะทำการจดทะเบียนสมรสและก่อนที่จะรู้ถึงเหตุโมฆะกรรมนั้น จะต้องเชื่อว่าตนได้สมรสอย่างถูกต้องเท่านั้น นั่นคือ หากบอกได้ว่ามีการสมรสที่ไม่สุจริต สิทธิที่ได้มาย่อมสิ้นไปตามโมฆียะกรรม ยกเว้นเรื่องเดียวที่ยังอย่างเสียต้องสิ้นไปคือ สิทธิในการเป็นทายาทโดยธรรม ซึ่งหมายถึงตามมาตรา 1269 วรรคท้ายที่ให้คู่สมรสเป็นทายาทโดยธรรม ด้วยเหตุนี้เอง หากมีการสั่งให้การสมรสเป็นโมฆะ แม้ว่าจะสุจริตก็ตาม ความเป็นทายาทโดยธรรมก็ต้องหมดไปด้วย ซึ่งอาจารย์บอกว่า เป็นการตัดไม่ให้สายภรรยาน้อยเข้ามายุ่งในกองมรดกนั่นเอง

ยกเว้น… มีการระบุในพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ กระทำได้ ไม่เกี่ยวกับการตัดสิทธิในการเป็นทายาทโยธรรมแต่ประการใด

สมมุติเช่น นาย ก จดทะเบียนสมรสซ้อนกับนาง ข และต่อมาศาลสั่งให้การสมรสเป็นโมฆะ นาง ข ก็หมดสิทธิที่จะเข้าเป็นทายาทโดยธรรมทันที แต่หาก นาย ก เขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ นาง ข ย่อมกระทำได้ ไม่เป็นปัญหาอะไร

วรรค 3 คือ หากศาลสั่งให้การสมรสเป็นโมฆะ ถ้าสุจริต ยังสามารถเรียกร้องค่าทดแทน และค่าเลี้ยงชีพได้ และโปรดใช้คำว่าค่าเลี้ยงชีพ ห้ามใช้คำว่าค่าเลี้ยงดูนะครับ แน่นอนว่าถ้าไม่สุจริตก็เรียกร้องเอาอะไรไม่ได้

 

 

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. ขอบคุณมากนะค่ะท่านพี่อง…
    แล้วจะเข้ามาเม้นท์ใหม่ค่ะ
    น้องแขก

Leave a Reply